ดอยช้างมูบ ฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-พม่า
  

ดอยช้างมูบ ฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-พม่า


             ช่วงวิกฤตน้ำท่วมที่เราทราบกันดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปไหนมาไหนก็คงจะไม่สะดวกนัก แม้ว่าบางพื้นที่ทางภาคกลางตอนบนของไทยสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงมาบ้าง เริ่มเห็นการล้างถนน ทำความสะอาดบ้านเรือน แต่ก็ใช่ว่าจะยังเดินทางไปได้ด้วยความสะดวก ยังคงต้องเพิ่มระยะเวลาจากการเดินทางอ้อม ถนนหลายสายต้องตรวจสอบก่อนเดินทาง ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เขาเรียกกันว่า ‘ผู้ประสบภัย’ จำต้องเดินทางหนีน้ำออกจากที่พำนัก เร่ร่อนไปตามสถานที่ต่าง ๆ นอกเหนือจากอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็น กับเสื้อผ้าติดตัวเพียงเล็กน้อยแล้ว ที่เหลือก็พอนึกสภาพของน้ำท่วมกว่า 1.5 เมตร ได้ว่าจะมีอะไรล่องลอยอยู่ในบ้านบ้าง รอเวลาน้ำลดซึ่งก็คงไม่เร็ววันนัก ตราบเท่าที่พื้นที่ของกรุงเทพฯ ยังคงเอ่อล้น 
             กลับมาในส่วนของการท่องเที่ยว ซึ่งไม่นานมานี้เราเองก็มีโอกาสได้หนีน้ำขึ้นเหนือไปวนรถอยู่บนดอยพักใหญ่ ๆ พยายามหาแหล่งที่พอจะเก็บเกี่ยวมาเป็นที่ท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสกัน ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะการเดินทางในรูปแบบของคาราวานนั้นไม่ใช่นึกจะจอดรถลงไปฉี่ริมถนนในเวลาปวดก็ทำได้ หรือถ้าทำได้ก็คงยุ่งยากสร้างความลำบากให้กับส่วนรวม ยิ่งการที่จะขับรถแวะสถานที่ท่องเที่ยวตามทางผ่านต่าง ๆ ก็ยิ่งลำบาก เพราะขบวนคาราวานนอกจากจะเสียรูป เสียเวลาแล้ว งานส่วนตัวอาจจะทำให้เราเสียคนไปได้ (แต่ไม่เสียตัวนะครับ) เพราะฉะนั้นก็คงทำได้ตามจังหวะ เวลา และโอกาส ซึ่งก็เป็นสไตล์ของการท่องเที่ยวของเราอยู่แล้ว 
            
สำหรับการขึ้นดอย ‘ช้างมูบ’ เพื่อชื่นชมบรรยากาศสบาย ๆ หมอกลงเล็กน้อยในวันที่เราไป มีฐานปฏิบัติการจริงให้ชักภาพ โชคดีที่ยังไม่มีสถานการณ์ตึงเครียดในบริเวณชายแดนไทย-พม่าแห่งนี้ ซึ่งเขาบอกว่ามันก็ไม่น่าจะมีอะไรในช่วงของสถานการณ์ปรกติ เพราะที่ฐานปฏิบัติการแห่งนี้ฝั่งไทยกับฝั่งพม่าเองก็มักไปมาหาสู่กันเป็นปรกติ นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกีฬาภายในเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี และเพื่อเป็นนันทนาการสนุกสนานกันเป็นอย่างดีด้วย 
             อันที่จริงแล้วดอยช้างมูบนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนรุกขชาติ เห็นว่ามีดอกไม้ที่ขึ้นชื่อของเขาเลยก็คือกุหลาบพันปี สวยงามไม่ใช่น้อย วาสนาเราไม่ถึงจึงไม่มีภาพมาให้เห็น แต่สำหรับภาพบนฐานปฏิบัติการแห่งนี้ ซึ่งขึ้นตรงกับกองร้อยทหารม้าที่ 2 ฉก.ม.3 จังหวัดเชียงราย เป็นจุดแวะรับประทานอาหารกลางวัน ก็พอจะมีเวลาหย่อนก้น หย่อนอารมณ์กับรสชาติอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือได้ และสถานที่แห่งนี้ก็ดูสวยงาม บรรยากาศของดอยและชายแดนถือว่าน่าสนใจไม่น้อย ซึ่งเราเองก็ไม่พลาดที่จะนำมาให้ชมกัน 
            
การชมวิวบนภูเขานั้นเราก็จะเห็นฝั่งพม่าได้อย่างชัดเจน แม้ในช่วงนี้จะมีสีเขียวให้เห็นอยู่บ้าง แต่ในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ก็จะเห็นว่าเป็นภูเขาหัวโล้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าของทางฝั่งหม่องพม่านั้นยังคงมีให้เห็น และการควบคุมยังไม่ดีพอ ทรัพยากรไม้เลยถูกทำลายไปเยอะ เมื่อเทียบกับบ้านเราที่มีการเฝ้าระวัง ทำให้ผืนป่ายังมีให้เห็นมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะหนาแน่นมากนัก
            
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับฐานปฏิบัติการที่อยู่บริเวณชายแดนก็คือ การสร้างแนวบังเกอร์ที่สามารถใช้ปฏิบิติการได้จริง มีร่องทางเดินเพื่อลำเลียงยุทโธปกรณ์ พร้อมฐานที่ตั้งสำหรับเครื่องยิงต่าง ๆ ตามจุดยุทธศาสตร์ ถ้าเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ขึ้นมาก็จะเป็นสถานที่ซึ่งจะรักษาแนวชายแดน และเอกภาพของเราได้ 
             ณ ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบแห่งนี้ มีสิ่งที่ถือว่าเป็นที่เคารพนับถือของทหารหาญทั้งหลายนั่นก็คือ ศาลขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นรูปหล่อเต็มองค์ขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ และมีคนมากราบไหว้บูชากันเยอะ สังเกตได้จากจำนวนไก่ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่สมเด็จพระนเรศวรทรงโปรด สันนิษฐานว่าคงจะมีการบนบานศาลกล่าวกันด้วย
            
สำหรับการเดินทางมาดอยช้างมูบนั้นก็มาได้หลายทาง ทางที่น่าจะสะดวกสุดก็คงต้องมาจากทางดอยตุง ทางคดโค้งเหมือนกัน แต่ว่าทางจะใหญ่กว่าขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งก็ต้องอาศัยรถที่มีกำลัง และความคุ้นเคยกับการขับในทางโค้งหน่อย ที่สำคัญผู้โดยสารอาจจะต้องเตรียมตัวรับมือกับอาการ ‘เมารถ’ ให้พร้อม ถ้ายาเอาไม่อยู่ก็เตรียมถุงพลาสติกคล้องหูเอาไว้จะได้ไม่เลอะเทอะรถครับ

โดย : นิตยสารตลาดรถ ฉบับที่ 655    2011-12-16 16:44:22